เทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมใหม่ รวมทุกเรื่องราวของโลกเทคโนโลยี ให้คุณได้ติดตาม

เทคโนโลยี สิ่งประดิษฐ์ นวัตกรรมใหม่ รวมทุกเรื่องราวของโลกเทคโนโลยี ให้คุณได้ติดตาม

สายรัดข้อมือ จะช็อตคุณทันทีหากทำผิดกฏ

ถึงแม้คุณจะตั้งเป้าหมายลดน้ำหนักให้ตัวเองเอาไว้ด้วยการออกกำลังกาย แต่ทุกครั้งที่คุณเดินผ่านร้านอาหารโปรด อย่างเช่นร้านฟาสฟู้ดทั้งหลาย น้ำลายมันก็สอขึ้นมา ความโหยก็เข้ามาเกาะกุมจิตใจ ท้องคุณก็เริ่มร้อง สุดท้าย การออกกำลังกายของคุณก็สูญเปล่า แถมยังได้แคลอรีเพิ่มเติมมาอีกเพียบจากการกินอาหารไม่มีประโยชน์เหล่านี้

ล่าสุดในเว็บไซต์ Amazon ได้มีการขายสายรัดข้อมือที่จะช่วยหยุดพฤติกรรมชวนอ้วนแบบนี้ของคุณ รวมไปถึงพฤติกรรรมแย่ๆ ของคุณอีกหลายอย่างได้

Pavlok คือสายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ระบุว่าจะช่วย “ลดความอยากและหยุดพฤติกรรมแย่ๆ”

อ้างอิงจากผู้คิดค้นสุดยอดไอเทมชิ้นนี้ระบุว่า “มันคือพฤติกรรมบำบัดทางจิตวิทยาที่เรียกว่า Aversive Conditioning หากบุคคลทำพฤติกรรมใดๆ ที่ไม่พึงประสงค์ เขาจะต้องได้รับการลงโทษ นี่เป็นการเชื่อมโยงการกระทำที่ไม่ดีกับสิ่งที่พวกเขาได้รับเข้าด้วยกัน”

“เหตุผลที่ผู้คนมากมายยังสูบบุหรี่ต่อไป ถึงแม้พวกเขาจะรู้ว่ามันแย่ นั่นก็เพราะว่าการสูบบุหรี่ทำให้พวกเขาพึงพอใจ”

“เหตุผลที่ผู้คนยังคงกินขนมขบเคี้ยวทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์ ก็เพราะว่ามันอร่อย”

“และนั่นเป็นเหตุผลที่ Pavlok จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด”

พฤติกรรมแย่ๆ ที่ Pavlok ช่วยคุณได้มีอะไรบ้าง ?

นอกจากการกินอาหารฟาสฟู้ดแล้ว Pavlok ยังช่วยหยุดพฤติกรรมอื่นๆ ของคุณได้ อย่างเช่นการกัดเล็บ การกินจุกกินจิกโดยไม่รู้ตัว การเสียเวลาไปกับโลกออนไลน์มากจนเกินไป การสูบบุหรี่ การใช้เงินเยอะ หรือแม้แต่การนอนตื่นสาย ซึ่งคุณสามารถเลือกได้ว่าต้องการหยุดพฤติกรรมไหน ผ่านแอปพลิเคชั่นที่เชื่อมต่อบนสมาร์ทโฟน

ผู้สร้างผลิตภัณฑ์นี้เปรียบเทียบเหมือนกับเรากินอาหารที่เป็นพิษ เมื่อคุณกินมัน คุณก็จะหยดกินเพราะมันมีพิษกับคุณ และนั่นคือการบำบัดพฤติกรรมที่เรียกว่า Aversive Conditioning

ส่วนวิธีการทำงานของสายรัดข้อมือนี้ก็ง่ายๆ “มันคือการใช้การกระตุ้นด้วยแรงช็อกด้วยกระแสไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย Pavlok จะช่วยฝึกให้สมองของคุณเชื่อมโยงพฤติกรรมที่แย่ๆ กับการโดนกระตุ้นที่ทำให้รู้สึกไม่ดี และหลังจากผ่านไปหลายสัปดาห์ การเชื่อมโยงทั้งสองสิ่งก็จะสอดคล้องกัน สมองคุณก็จะบอกว่า”

” เฮ้ เดี๋ยวนะ บางทีฉันอาจไม่ชอบการสูบบุหรี่”

“เฮ้ เดี๋ยวนะ บางที โดนัทมันอาจไม่ได้ทำให้ฉันอร่อย”

ระบุพฤติกรรมแย่ๆ ของคุณ ว่าพฤติกรรมแบบไหน ที่จะลงโทษคุณด้วยการช็อตกระแสไฟฟ้า

หลังจากที่คุณสามารถห้ามตัวเองได้ ก็อาจให้รางวัลกับตัวเองเพื่อเป็นแรงจูงใจในการลด ละ เลิก พฤติกรรมแย่ๆ ซึ่งนี่คือการบำบัดพฤติกรรมที่เรียกว่า Operant Conditioning

สนนาราคาสายรัดข้อมืออัจฉริยะนี้อยู่ที่ 199.99 เหรียญหรือประมาณ 6,300 บาท ฟังดูแล้วไอเดียของผลิตภัณฑ์นี้ดูน่าสนใจมากๆ และผู้ที่ซื้อมันไปใช้ก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป

อย่างผู้ใช้รายนี้ก็ให้ถึง 5 ดาวเต็ม พร้อมกับคอมเมนท์ที่สรุปได้ว่า “มันเป็นอุปกรณ์ที่ดีมาก ใช้งานได้ดี แบตอึดทน ตัวแอปพลิเคชั่นก็ทำงานได้อย่างราบรื่น ถึงแม้ตัวที่ใช้จะเป็นเวอร์ชั่น Beta และยังใช้ได้ไม่ครบทุกฟังค์ชั่นก็ตาม มันยอดเยี่ยมมาก คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริงๆ”

ส่วนรายนี้ให้ 5 ดาวเต็ม พร้อมกับบอกว่า ปกติแล้วเขาต้องตั้งนาฬิกาปลุกก่อน 30 นาที แล้วปล่อยให้มันเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่หลังจากใช้ Pavlok แค่ 4 วัน ก็ทำให้เขาตื่นได้ทันทีหลังจากการเตือนครั้งแรก และไม่ต้องปล่อยให้เตือนซ้ำอีกต่อไป เขาถูกช็อตและมันได้ผลอย่างรวดเร็ว จนช่วยแก้ปัญหาที่เขามีมาตลอด 10 ปีได้อย่างเหลือเชื่อ และเขากำลังตื่นเต้นที่จะใช้มันแก้พฤติกรรมแย่ๆ ต่อไปอีกด้วย

ส่วนพ่อหนุ่มคนนี้ก็เอามาใช้แก้พฤติกรรมแย่ๆ ตัวเองหลายอย่าง มันดีเลิศจนต้องใช้มันทุกวัน แนะนำคนอื่นๆ ให้ใช้ด้วย

แต่นั่นไม่ใช่ทุกคน เพราะผู้ซื้อบางคนก็บอกว่ามันห่วย อย่างเช่นรายนี้ที่ระบุว่า อย่าเสียเงินของคุณให้มันเลย หลังจากที่ซื้อไปหลายวัน ตัวล็อคมันก็ล็อคไม่ได้ พังง่ายมากๆ

ส่วนรายนี้บอกว่า มันไม่ได้ผลสำหรับผลเลย มันทำงานได้แต่มันไม่ได้ช่วยอะไรมากกว่าให้ความบันเทิงกับลูกๆ ของเขา

รายนี้ให้ไป 4 ดาว พร้อมกับความเห็นที่ว่ามันทำงานได้ดีแล้ว แต่ต้องพัฒนาอีกนิดหน่อย “มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้นะ ผมเชื่อว่ามันจะช่วยผู้คนหยุดพฤติกรรมแย่ๆ ได้มาก แต่ปัญหาก็คือ ผมไม่ได้พกมือถือติดตัวไปรอบบ้าน และมันก็จะหลุดการเชื่อมต่อเมื่อผมอยู่ห่างเกินไป”

“ในความคิดผมมันยังเชื่อมต่อได้มากสุดแค่ระยะ 8 ฟุต แต่ทางพนักงานบอกว่ามันควรทำงานได้ไกลถึง 30 ฟุต บางทีของผมอาจเสียนะ และมันใช้เวลาสักพักกว่าจะเชื่อมต่อใหม่ซึ่งมันน่าผิดหวัง ผมขอส่งคืนนะ แต่ผมยังแนะนำคนอื่นอยู่ คือถ้าไม่มีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อล่ะก็ ผมจะเก็บมันไว้”

ฟังจากความคิดเห็นก็เชื่อได้ว่า มันสามารถทำงานได้ค่อนข้างโอเค แต่ก็ยังมีปัญหาบางอย่างนิดหน่อย ซึ่งหวังว่าต่อไปเราอาจจะได้เห็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาจนมีประสิทธิภาพมากกว่านี้ก็เป็นได้

ที่มา : therxreview

Tags

แชร์:

เรื่องอื่นๆ